วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

Record 11 Monday 26 March 2018

 Record 11

Monday 26 March 2018
เวลา 08:30-11:30 น.

knowledge
       ในวันนี้ อาจารย์ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มที่สอนในหน่วยต่างๆ ของวันอังคาร ออกมาสอนกิจกรรมเสริมประสบการณ์ หน้าชั้นเรียน เพื่อทดลองสอนให้เพื่อนๆ ดู เพื่อนำไปปรับใช้ในการออกฝึกประสบการณ์

หน่วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 (วันอังคาร)

กิจกรรมการเรียนรู้ 
-เริ่มต้นเข้าสู่กิจกรรมด้วยเพลงสัมผัสทั้ง 5 ให้เด็กๆ ร้องเพลงไปพร้อมๆ กัน เข้าสู่ขั้นสอนด้วยกิจกรรมการดมกลิ่น ครูมีกล่อง 2 กล่องที่ 1 ใส่กลินหอมไว้ส่งให้เด็กๆดม กล่องที่ 2 ใส่กลิ่นเหม็น แล้วส่งให้เด็กๆ ดม จากนั้นครูแจกรูปจมูกให้เด็กๆ 2 รูป ให้เด็กๆ วิเคราะห์แล้วนำรูปออกมาติดในตารางที่ครูเตรียมไว้
-ครูควรให้เด็กแสดงความคิดเห็น เช่น เด็กๆ คิดว่าในกล่องใบที่ 1 เป็นกลิ่นอะไร และใบที่ 2 เป็นกลิ่นอะไร (ความหลากหลายของเด็กต่างกัน)
-วิธีการดมกลิ่นนั้น ควรเอามือพัดให้มีลม ไม่ควรสูดดมเข้าไปเพราะบางกลิ่นอาจจะก่อให้เกิดอันตราย
-เด็กได้ใช้จมูกในการดมกลิ่น  เด็กใช้จมูกในการแยกแยะของกลิ่น
-เพลงสัมผัสทั้ง 5 ควรไปใช้ในวันจันทร์ เพื่อมองเห็นภาพรวมของประสาทสัมผัสทั้ง 5 ว่ามีอะไรบ้าง
-วันแรกควรรู้จักประสาทสัมผัสทั้ง 5 ว่ามีอะไรบ้างก่อน พอวันต่อมา ค่อยเอามาทีละชิ้น
-ครูควรให้เด็กส่งต่อหรือหยิบหน้าห้องด้วยตนเอง ไม่ควรแจกเด็กทีละคน
-เริ่มต้นด้วยการสงบเด็ก " ปิดหูซ้ายขวา ปิดตาสองข้าง ปิดปากเสียบ้าง แล้วเอามือกอดอก "
-เข้าสู่กิจกรรมด้วยคำคล้องจอง สนทนาเนื้อหาในคำคล้องจอง ขั้นสอน  ครูนำของที่ใส่ในตระกร้าออกมาให้เด็กสังเกตและให้เด็กทายว่าสิ่งที่ครูนำมาคืออะไร คือ กล่องที่ 1 เป็นมะเขือเทศสด กล่องที่ 2 เป็นมะเขือเทศที่เน่าแล้ว ครูให้เด็กๆ วิเคราะห์ลักษณะ ได้แก่ สี กลิ่น ผิว รูปทรง ส่วนประกอบ
-ไม่ควรนำมะเขือเทศมาใช้ในหน่วยอาหาร ควรจะนำไปใช้ในหน่วยผักหรือผลไม้มากกว่า
-การสอนเรื่องอาหารต้องมีถุงเล็กๆ ใส่อาหารให้เด็กเห็น
-ต้องมีตัวเลขกำกับ
-นำอาหาร 2 อย่าง มาวิเคราะห์ ได้แก่ อาหารที่ควรรับประทานและอาหารที่ไม่ควรรับประทาน
-ควรแยกประเภท อาหารคาวและอาหารหวาน
-เริ่มต้นด้วยการสงบเด็ก 2 เพลง เข้าสู่กิจกรรมด้วยการนำภาพผีเสื้อ มาให้เด็กสังเกต 2 ภาพ ภาพที่ 1 คือ ผีเสื้อหนอนใบรัก ภาพที่ 2 คือ ผีเสื้อลายเสือ ให้เด็กวิเคราะห์ลักษณะผีเสื้อ ได้แก่ สีและรูปทรง วิเคราะห์รูปที่ 1 ก่อน
-ครูควรร้องเพลงแค่เพลงเดียว
-รูปภาพควรมีขนาดใหญ่ ต้องเลือกที่มองเห็นชัดๆ
-ส่วนประกอบของผีเสื้อต้องมีในตารางวิเคราะห์ข้อมูล
-การใช้สัญลักษณ์กำกับเรื่องสี ไม่ควรใช้รูปทรง เช่น สามเหลี่ยมกำกับ ควรใช้การฝนสี 
-ควรหารูปที่เห็นส่วนประกอบของผีเสื้อที่ชัดเจน
-การเขียนแวนไดอาแกรมต้องเขียนสิ่งที่เหมือนกันก่อนทุกอย่าง
-ควรมีการเปรียบเทียบขนาดของผีเสื้อ
-ควรเขียนให้เป็นระบบ มีการวางแผนก่อนล่วงหน้า
-ข้างล่างของแวนไดอาแกรม ต้องมีการเขียนสรุป
-ควรมีเลขกำกับ เช่น ตา = 2 หนวด = 2 ปาก = 1 ขา = 6 (เป็นคลังคำศัพท์ของเด็ก)
-เริ่มต้นด้วยการสงบเด็ก " กำมือซ้าย กำมือขวา ชูมือมา วางตรงนี้แหละ "
-เข้าสู่กิจกรรมด้วยนิทานลูกหมู 3 ตัว ครูนำรูปภาพบ้านมาให้เด็กสังเกต 3 ภาพ ได้แก่ บ้านฟาง บ้านไม้ และบ้านปูน มาใส่ในตาราง แล้วให้เด็กวิเคราะห์ลักษณะของบ้าน ได้แก่ วัสดุที่ใช้สร้าง รูปทรง ส่วนประกอบ หลังจากวิเคราะห์แล้วนำมาเปรียบเทียบความเหมือนความต่างในแวนไดอะแกรม
-ส่วนประกอบของบ้าน ควรนำไปไว้ข้างหลังสุดของตารางวิเคราะห์ข้อมูล
-ควรให้เด็กมีส่วนร่วมในการติดภาพ 

ควรเพิ่มเวลาในการสร้างบ้างลงไปในตารางวิเคราะห์ข้อมูล
-ทักษะการฟัง
-ทักษะการคิด
-ทักษะการต่อยอดความรู้
-ทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ
-ทักษะการคิดอย่างมีแบบแผน
-ทักษะการสื่อสาร
-ทักษะการนำเสนอข้อมูล
-เข้าเรียนตรงเวลา 
-แต่งกายถูกระเบียบ 
-มีส่วนร่วมในการเรียนการสอน

Evaluate friends
-เข้าเรียนตรงเวลา
- ตั้งใจเรียน

Teacher Evaluation
-เข้าสอนตรงเวลา แต่งกานสุภาพเหมาะสม
-มีการวางแผนการสอน

Classify
-ห้องเรียนสะอาดกว้าง  

-บรรยากาศเหมาะสมกับการเรียน




ข้อเสนอแนะจากอาจารย์

หน่วยอาหารดีมีคุณค่า (วันอังคาร)
กิจกรรมการเรียนรู้ 



ข้อเสนอแนะจากอาจารย์
-ไม่ควรนำมะเขือเทศมาใช้ในหน่วยอาหาร ควรจะนำไปใช้ในหน่วยผักหรือผลไม้มากกว่า
-การสอนเรื่องอาหารต้องมีถุงเล็กๆ ใส่อาหารให้เด็กเห็น
-ต้องมีตัวเลขกำกับ
-นำอาหาร 2 อย่าง มาวิเคราะห์ ได้แก่ อาหารที่ควรรับประทานและอาหารที่ไม่ควรรับประทาน
-ควรแยกประเภท อาหารคาวและอาหารหวาน

หน่วยผีเสื้อแสนงาม (วันอังคาร)ดิฉันสอนเองค่ะ




สาระ 
      ผีเสื้อมี 2 ชนิด แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ ผีเสื้อกลางวันและผีเสื้อกลางคืน มีลักษณะที่เหมือนและแตกต่างกัน ได้แก่ สี รูปทรง ส่วนประกอบ ขนาด

กิจกรรมการเรียนรู้ 
หน่วยบ้านแสนสุข (วันอังคาร)




สาระ
-เริ่มต้นด้วยการสงบเด็ก " กำมือซ้าย กำมือขวา ชูมือมา วางตรงนี้แหละ "
-เข้าสู่กิจกรรมด้วยนิทานลูกหมู 3 ตัว ครูนำรูปภาพบ้านมาให้เด็กสังเกต 3 ภาพ ได้แก่ บ้านฟาง บ้านไม้ และบ้านปูน มาใส่ในตาราง แล้วให้เด็กวิเคราะห์ลักษณะของบ้าน ได้แก่ วัสดุที่ใช้สร้าง รูปทรง ส่วนประกอบ หลังจากวิเคราะห์แล้วนำมาเปรียบเทียบความเหมือนความต่างในแวนไดอะแกรม


Skills
-ทักษะการฟัง
-ทักษะการคิดอย่างมีเหตุผล
-ทักษะการนำเสนอ
-ทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ
-ทักษะการคิดอย่างมีแบบแผน

Adopt
-สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการศึกษาต่อไปได้ 

Self assessment
-เข้าเรียนตรงเวลา 
-แต่งกายถูกระเบียบ 
-มีส่วนร่วมในการเรียนการสอน

Evaluate friends
-เข้าเรียนตรงเวลา
-ตั้งใจเรียน

Teacher Evaluation
-เข้าสอนตรงเวลา แต่งกานสุภาพเหมาะสม
-มีการวางแผนการสอน

Classify
-ห้องเรียนสะอาดกว้าง  
-บรรยากาศเหมาะสมกับการเรียน



Record 10 Monday 19 March 2018

Record 10

Monday 19 March 2018
เวลา 08:30-11:30 น.
knowledge

        ในวันนี้ อาจารย์ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มที่สอนในหน่วยต่างๆ ของวันอังคาร ออกมาสอนกิจกรรมเสริมประสบการณ์ หน้าชั้นเรียน เพื่อทดลองสอนให้เพื่อนๆ ดู เพื่อนำไปปรับใช้ในการออกฝึกประสบการณ์

หน่วยใต้ร่มเงาไม้ (วันอังคาร)

แผนการสอน









 ข้อเสนอแนะจากอาจารย์
-ส่วนประกอบควรไว้หลังสุด
-ควรวาดรูปประกอบหลังคำ เช่น รูปทรงสามเหลี่ยม  ทรงกรวย
-เวลาเขียนจะต้องเขียนอย่างเป็นระบบ
-เวลาเอารูปมาต้องให้ชัดเจน
-ไม่ควรเพิ่มอะไรลงไป ในเวลาสอน
-ควรเอาของจริงมา เพื่อให้เด็กเรียนรู้จากของจริง
-ต้องใช้คำว่า "รูปทรง" เวลาอ่านทบทวน

หน่วยผลไม้เพื่อสุขภาพ






ข้อเสนอแนะจากอาจารย์
-การเรียกลักษณะรูปทรงของผลไม้ เช่น ทรงรี
-เรียกลักษณะของผิวเปลือกได้ด้วยและรูปวาดรูปด้านหลังคำ เช่น เส้นตรง (รูปเส้นตรง)
-เวลาเขียนจะต้องเขียนอย่างเป็นระบบ
-ก่อนเริ่มกิจกรรมควรมีผ้าคลุมมาคลุมผลไม้ เพื่อให้เด็กๆ ทาย
-ควรให้สอดคล้องกับวันจันทร์ และเลือกจากกิจกรรมวันจันทร์มาสัก 2 อย่าง

 หน่วยตัวฉัน



ข้อเสนอแนะจากอาจารย์
-เวลาสอนห้ามเอาเด็กออกมาหน้าชั้นเรียนเด็ดขาด เพราะจะทำให้เด็กบางคนเกิดปมด้อยในตัวเอง
-เลือกเพลงสั้นๆ สอดคล้องกับหน่วย
-ควรมีรูปกำกับ ผู้ชาย ผู้หญิง เพื่อเปรียบเทียบ
-เวลาเขียนแผนต้องเขียนขั้นนำ ขั้นสอน ขั้นสรุป
-ควรมีตารางวิเคราะห์ข้อมูล

Skills
-ทักษะการฟัง
-ทักษะการคิดอย่างมีเหตุผล
-ทักษะการนำเสนอ
-ทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ
-ทักษะการคิดอย่างมีแบบแผน

Adopt
-สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการศึกษาต่อไปได้ 

Self assessment
-เข้าเรียนตรงเวลา 
-แต่งกายถูกระเบียบ 
-มีส่วนร่วมในการเรียนการสอน

Evaluate friends
-เข้าเรียนตรงเวลา
-ตั้งใจเรียน

Teacher Evaluation
-เข้าสอนตรงเวลา แต่งกานสุภาพเหมาะสม
-มีการวางแผนการสอน

Classify
-ห้องเรียนสะอาดกว้าง  
-บรรยากาศเหมาะสมกับการเรียน



Record 9 Monday 12 March 2018

Record 9

Monday 12 March 2018
เวลา 08:30-11:30 น.
knowledge
              ในวันนี้ อาจารย์ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มที่สอนในหน่วยต่างๆ ของวันจันทร์ ออกมาสอนกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ หน้าชั้นเรียน เพื่อทดลองสอนให้เพื่อนๆ ดู เพื่อนำไปปรับใช้ในการออกฝึกประสบการณ์

หน่วยอาหารดีมีคุณค่า
(เคลื่อนไหวตามคำสั่ง)
สาระ : ไข่ นม และผลไม้ เป็นอาหาร
กิจกรรมพื้นฐาน : หาพื้นที่ของตนเอง โดยใช้อวัยวะได้แก่ ขา แขน การเท้าเอว
             ตกลงจังหวะการเคาะ คือ
เคาะ 1 ครั้ง เดิน 1 ครั้ง , เคาะ 2 ครั้ง เดิน 2 ครั้ง
เคาะรัวๆ ให้เด็กๆ วิ่ง
เคาะ 2 ครั้งติดกัน ให้เด็กๆ หยุดอยู่กับที่ทันที
กิจกรรมสัมพันธ์เนื้อหา
1. เคลื่อนไหวตามคำสั่ง
          ถ้าครูพูดว่านมให้เด็กๆ ตบมือ แล้วให้เด็กๆ ลองทำ
          ถ้าครูพูดว่าไข่ ให้เด็กๆ กระโดด
          ถ้าครูพูดว่าผลไม้ ให้เด็กๆ นั่งลง
2. ให้เด็กปฏิบัติซ้ำ
กิจกรรมพักคลายกล้ามเนื้อ : เด็กๆ จับมือกันเป็นวงกลม แล้วบีบนวดผ่อนคลาย

ข้อเสนอแนะ : การเดินสามารถใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ เช่น เดินด้วยปลายเท้า เดินด้วยส้นเท้า



หน่วยใต้ร่มเงาไม้
(เคลื่อนไหวตามคำสั่ง)
สาระ : ต้นไม้มีหลายชนิด ได้แก่ ต้นโพธิ์ ต้นมะม่วง ต้นหูกระจง ต้นลีลาวดี
กิจกรรมพื้นฐาน : หาพื้นที่ของตนเอง โดยใช้อวัยวะได้แก่ ขา แขน การเท้าเอว
ตกลงจังหวะการเคาะ คือ
  เคาะจังหวะปกติ ให้เด็กๆ กระโดดไปตามจังหวะการเคาะ
  เคาะจังหวะรัวๆ ให้เด็กๆ วิ่ง
  เคาะจังหวะช้า ให้เด็กๆ กระโดด ช้าๆ
  เคาะ 2 ครั้งติดกัน ให้เด็กๆ หยุดอยู่กับที่
กิจกรรมสัมพันธ์เนื้อหา
1. เคลื่อนไหวตามคำสั่ง
ครูกำหนดมุมให้เด็กๆ มี 4 มุม
        ถ้าครูพูดว่าต้นมะม่วง ให้เด็กๆกระโดดไปมุมที่ 1
        ถ้าครูพูดว่าต้นโพธิ์ ให้เด็กๆกระโดดไปมุมที่ 2
        ถ้าครูพูดว่าต้นหูกระจง ให้เด็กๆกระโดดไปมุมที่ 3
        ถ้าครูพูดว่าต้นลีลาวดี ให้เด็กๆกระโดดไปมุมที่ 4
2. ให้เด็กปฏิบัติซ้ำ
กิจกรรมพักคลายกล้ามเนื้อ : เด็กๆ จับมือกันเป็นวงกลม แล้วบีบนว


หน่วยตัวฉัน
(เคลื่อนไหวตามมุม)
สาระ : ตา หู จมูก ปาก เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย
กิจกรรมพื้นฐาน : หาพื้นที่ของตนเอง โดยใช้อวัยวะได้แก่ ขา แขน การเท้าเอว
ตกลงจังหวะการเคาะ คือ
  เคาะจังหวะปกติ ให้เด็กๆ เดินไปตามจังหวะการเคาะ
  เคาะจังหวะรัวๆ ให้เด็กๆ วิ่ง
  เคาะจังหวะช้า ให้เด็กๆ เดินช้าๆ 
  เคาะ 2 ครั้งติดกัน ให้เด็กๆ หยุดอยู่กับที่
กิจกรรมสัมพันธ์เนื้อหา
1. เคลื่อนไหวตามคำสั่ง
ครูกำหนดมุมให้เด็กๆ มี 4 มุม ได้แก่ คลีนิคตา คลีนิคหู คลีนิคจมูก คลีนิคปาก
        ถ้าครูพูดว่าตา ให้เด็กๆเดิน ไปคลีนิคตา 
        ถ้าครูพูดว่าหู ให้เด็กๆเดิน ไปคลีนิคหู
        ถ้าครูพูดว่าจมูก ให้เด็กๆเดิน ไปคลีนิคจมูก
        ถ้าครูพูดว่าปาก ให้เด็กๆเดิน ไปคลีนิคปาก
2. ให้เด็กปฏิบัติซ้ำ
กิจกรรมพักคลายกล้ามเนื้อ : เด็กๆ จับมือกันเป็นวงกลม แล้วบีบนวดผ่อนคลาย
ข้อเสนอแนะ : การกำหนดมุมควรเสริมเนื้อหาที่ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสม


หน่วยผลไม้เพื่อสุขภาพ
(เคลื่อนไหวประกอบเพลง)
สาระ : ผลไม้มีหลายชนิด ได้แก่ แอปเปิ้ล มะละกอ กล้วย ส้ม
กิจกรรมพื้นฐาน : หาพื้นที่ของตนเอง โดยใช้อวัยวะได้แก่ ขา แขน การเท้าเอว
ตกลงจังหวะการเคาะ คือ
  เคาะจังหวะปกติ ให้เด็กๆ กระโดดขาเดียวไปตามจังหวะการเคาะ
  เคาะจังหวะรัวๆ ให้เด็กๆ กระโดดเร็วๆ
  เคาะจังหวะช้า ให้เด็กๆ กระโดดช้าๆ 
  เคาะ 2 ครั้งติดกัน ให้เด็กๆ หยุดอยู่กับที่
กิจกรรมสัมพันธ์เนื้อหา
1. เคลื่อนไหวผู้นำผู้ตาม
      ครูให้เด็กจับกลุ่ม 5 คน แล้วนั่งเป็นแถวตอนลึก
2. ครูร้องเพลง แอปเปิ้ล มะละกอ กล้วย ส้ม ให้เด็กๆฟัง พร้อมท่าทางประกอบ
3. ให้เด็กแต่ละกลุ่ม ช่วยกันคิดท่าเพลงของกลุ่มตนเอง
4.แต่ละกลุ่มออกมาแสดงร้องและเต้นที่ด้านหน้า
กิจกรรมพักคลายกล้ามเนื้อ : เด็กๆ ต่อแถวกัน บีบนวดกล้ามเนื้อ
ข้อเสนอแนะ : การกระโดดไม่เหมาะสมกับการใช้จังหวะช้า และครูควรใช้เวลา 20 นาทีให้คุ้มค่า



หน่วยประสาทสัมผัสทั้ง5
(เคลื่อนไหวตามมุม)
สาระ : ตา หู จมูก ลิ้น เป็นอวัยวะที่รับประสาทสัมผัส
กิจกรรมพื้นฐาน : หาพื้นที่ของตนเอง โดยใช้อวัยวะได้แก่ ขา แขน การเท้าเอว
ตกลงจังหวะการเคาะ คือ
  เคาะจังหวะปกติ ให้เด็กๆ เดินไปตามจังหวะการเคาะ
  เคาะจังหวะรัวๆ ให้เด็กๆ วิ่ง
  เคาะจังหวะช้า ให้เด็กๆ เดินช้าๆ 
  เคาะ 2 ครั้งติดกัน ให้เด็กๆ หยุดอยู่กับที่
กิจกรรมสัมพันธ์เนื้อหา
1. เคลื่อนไหวตามคำสั่ง
ครูกำหนดมุมให้เด็กๆ มี 4 มุม ได้แก่ ร้านแว่นตา ร้านลำโพง ร้านน้ำหอม ร้านอาหาร
        ถ้าครูพูดว่าตา ให้เด็กๆเดิน ไปที่ร้านแว่นตา
        ถ้าครูพูดว่าหู ให้เด็กๆเดิน ไปที่ร้านลำโพง
        ถ้าครูพูดว่าจมูก ให้เด็กๆเดิน ไปที่ร้านน้ำหอม
        ถ้าครูพูดว่าปาก ให้เด็กๆเดิน ไปที่ร้านอาหาร
2. ให้เด็กปฏิบัติซ้ำ
กิจกรรมพักคลายกล้ามเนื้อ : เด็กๆ จับมือกันเป็นวงกลม แล้วบีบนวดผ่อนคลาย
ข้อเสนอแนะ : การกำหนดมุมควรเสริมเนื้อหาที่ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสม



หน่วยผีเสื้อ(กลุ่มดิฉันเองค่ะ)
(เคลื่อนไหวตามข้อตกลง)
สาระ : ผีเสื้อมีหลายชนิด
กิจกรรมพื้นฐาน : หาพื้นที่ของตนเอง โดยใช้อวัยวะได้แก่ ขา แขน การเท้าเอว
ตกลงจังหวะการเคาะ คือ
  เคาะจังหวะปกติ ให้เด็กๆ บินไปตามจังหวะการเคาะ
  เคาะจังหวะรัวๆ ให้เด็กๆ บินเร็วๆ
  เคาะจังหวะช้า ให้เด็กๆ บินช้าๆ 
  เคาะ 2 ครั้งติดกัน ให้เด็กๆ หยุดอยู่กับที่
กิจกรรมสัมพันธ์เนื้อหา
1. เคลื่อนไหวตามคำสั่ง
    ครูให้เด็กๆ ทำท่าทางเลียนแบบผีเสื้อบินไปรอบๆ ห้อง
2. ครูสั่งให้เด็กๆ จับกลุ่ม
3. ให้เด็กๆ ปฏิบัติซ้ำ
กิจกรรมพักคลายกล้ามเนื้อ : เด็กๆ นอนราบ ผ่อนคลาย


หน่วยบ้านแสนรัก
(เคลื่อนไหวตามมุม)
สาระ : บ้านมีหลายชนิด แต่ละชนิดทำจากวัสดุที่แตกต่างกัน
กิจกรรมพื้นฐาน : หาพื้นที่ของตนเอง โดยใช้อวัยวะได้แก่ ขา แขน การเท้าเอว
ตกลงจังหวะการเคาะ คือ
  เคาะจังหวะปกติ ให้เด็กๆ เดินด้วยปลายเท้าตามจังหวะการเคาะ
  เคาะจังหวะรัวๆ ให้เด็กๆ วิ่ง
  เคาะจังหวะช้า ให้เด็กๆ เดินด้วยปลายเท้าช้าๆ 
  เคาะ 2 ครั้งติดกัน ให้เด็กๆ หยุดอยู่กับที่
กิจกรรมสัมพันธ์เนื้อหา
1. เคลื่อนไหวตามคำสั่ง
ครูกำหนดมุมให้เด็กๆ มี 4 มุม 
        ถ้าครูพูดว่าบ้านไม้ ให้เด็กๆเดิน ไปมุมที่ 1 
        ถ้าครูพูดว่าบ้านปูน ให้เด็กๆเดิน ไปมุมที่ 2 
        ถ้าครูพูดว่าบ้านดิน ให้เด็กๆเดิน ไปมุมที่ 3 
        ถ้าครูพูดว่าฟาง ให้เด็กๆเดิน ไปมุมที่ 4 
2. ให้เด็กปฏิบัติซ้ำ
กิจกรรมพักคลายกล้ามเนื้อ : เด็กๆ จับมือกันเป็นวงกลม แล้วบีบนวดผ่อนคลาย
ข้อเสนอแนะ : การกำหนดมุมควรเสริมเนื้อหาที่ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสม


Skills
-ทักษะการฟัง
-ทักษะการคิดอย่างมีเหตุผล
-ทักษะการนำเสนอ
-ทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ
-ทักษะการคิดอย่างมีแบบแผน

Adopt
-สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการศึกษาต่อไปได้ 

Self assessment
-เข้าเรียนตรงเวลา 
-แต่งกายถูกระเบียบ 
-มีส่วนร่วมในการเรียนการสอน

Evaluate friends
-เข้าเรียนตรงเวลา
-ตั้งใจเรียน

Teacher Evaluation
-เข้าสอนตรงเวลา แต่งกานสุภาพเหมาะสม
-มีการวางแผนการสอน

Classify
-ห้องเรียนสะอาดกว้าง  
-บรรยากาศเหมาะสมกับการเรียน


Record 8 Monday 5 March 2018

Record 8

Monday 5 March 2018
เวลา 08:30-11:30 น.


knowledge
       การเรียนการสอนในวันนี้ อาจารย์ทบทวนเนื้อหาทั้งหมดที่เรียนมา เพื่อนำไปสู่การเขียนแผนการจัดประสบการณ์ ซึ่งอาจารย์ให้แต่ละกลุ่มแบ่งกันภายในกลุ่ม ว่าตนเองจะสอนวันอะไร ซึ่งดิฉันได้รับมอบหมายให้สอนวันพฤหัสบดี (หน่วยตัวฉัน)  ในอาทิตย์หน้า สิ่งที่แต่ละคนต้องเตรียมมาคือ
-แผนเคลื่อนไหวและจังหวะ
-เครื่องเคาะจังหวะของตนเอง คนละ 1 อัน


สาระที่ควรเรียนรู้
        สาระในส่วนนี้กำหนดเฉพาะหัวข้อไม่มีรายละเอียดทั้งนี้ เพื่อประสงค์จะให้ผู้สอนสามารถกำหนดรายละเอียดขึ้นเองให้สอดคล้องกับวัย ความต้องการ ความสนใจของเด็กอาจยืดหยุ่นเนื้อหาได้โดยคำนึงถึงประสบการณ์ และสิ่งแวดล้อมในชีวิตจริงของเด็ก ผู้สอนสามารถนำสาระที่ควรเรียนรู้มาบูรณาการ จัดประสบการณ์ต่างๆให้ง่ายต่อการ เรียนรู้  ทั้งนี้มิได้ประสงค์ให้เด็กท่องจำเนื้อหา  แต่ต้องการให้เด็กเกิดแนวคิดหลังจากนำสาระการเรียนรู้นั้นๆมาจัดประสบการณ์ให้เด็กเพื่อให้บรรลุจุดหมายที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ สาระที่ควรเรียนรู้ยังใช้เป็นแนวทางช่วยผู้สอนกำหนดรายละเอียดและความยากง่ายของเนื้อหาให้เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก 

สาระที่ควรเรียนรู้ประกอบด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก ธรรมชาติรอบตัว และสิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก  ดังนี้

   1) เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก  
             เด็กควรรู้จักชื่อ นามสกุล รูปร่าง หน้าตาของตน รู้จักอวัยวะต่างๆ และวิธีระวังรักษาร่างกายให้สะอาด  ปลอดภัย  มีสุขอนามัยที่ดี เรียนรู้ที่จะเล่นและทำสิ่งต่างๆด้วยตนเองคนเดียวหรือกับผู้อื่น ตลอดจนเรียนรู้ที่จะแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก และแสดงมารยาทที่ดี  ทั้งนี้ เมื่อเด็กมีโอกาสเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตนเองแล้ว  เด็กควรจะเกิดแนวคิดดังนี้

-ฉันมีชื่อตั้งแต่เกิด ฉันมีเสียง รูปร่างหน้าตาไม่เหมือนใคร ฉันภูมิใจที่เป็นตัวฉันเอง เป็นคนไทยที่ดี มีมารยาท มีวินัย รู้จักแบ่งปัน ทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง  เช่น  แต่งตัว แปรงฟันรับประทานอาหาร ฯลฯ
-ฉันมีอวัยวะต่าง ๆ เช่น ตา หู จมูก ปาก ขา มือ ผม นิ้วมือ นิ้วเท้า ฯลฯ และ ฉันรู้จักวิธีรักษาร่างกายให้สะอาด ปลอดภัย มีสุขภาพดี
-ฉันต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์  ออกกำลังกาย และพักผ่อน เพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโต
-ฉันเรียนรู้ข้อตกลงต่าง ๆ  รู้จักระมัดระวังรักษาความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นเมื่อทำงาน เล่นคนเดียว และเล่นกับผู้อื่น
-ฉันอาจรู้สึกดีใจ เสียใจ โกรธ เหนื่อย หรืออื่น ๆ แต่ฉันเรียนรู้ที่จะแสดงความรู้สึกในทางที่ดี และเมื่อฉันแสดงความคิดเห็น หรือทำสิ่งต่าง ๆด้วยความคิดของตนเอง  แสดงว่าฉันมีความคิดสร้างสรรค์ ความคิด-ของฉันเป็นสิ่งสำคัญ แต่คนอื่นก็มีความคิดที่ดีเหมือนฉันเช่นกัน

2) เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก 
          เด็กควรได้มีโอกาสรู้จักและรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน รวมทั้งบุคคลต่างๆที่เด็กต้องเกี่ยวข้อง  หรือมีโอกาสใกล้ชิดและมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ เมื่อเด็กมีโอกาสเรียนรู้แล้วเด็กควรเกิดแนวคิด ดังนี้
-ทุกคนในครอบครัวของฉันเป็นบุคคลสำคัญ ต้องการที่อยู่อาศัย  อาหาร  เสื้อผ้า  และยารักษาโรค  รวมทั้งต้องการความรัก  ความเอื้ออาทร  ช่วยดูแลซึ่งกันและกัน  ช่วยกันทำงานและปฏิบัติตามข้อตกลงภายในครอบครัว  ฉันต้องเคารพ เชื่อฟังพ่อแม่และผู้ใหญ่ในครอบครัว  ปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามกาลเทศะ  ครอบครัวของฉันมีวันสำคัญต่าง ๆ เช่น วันเกิดของบุคคลในครอบครัว วันทำบุญบ้าน ฯลฯ ฉันภูมิใจในครอบครัวของฉัน 
-สถานศึกษาของฉันมีชื่อ  เป็นสถานที่ที่เด็กๆมาทำกิจกรรมร่วมกันและทำให้ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย สถานศึกษาของฉันมีคนอยู่ร่วมกันหลายคน ทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบ ปฏิบัติตามกฏระเบียบ ช่วยกันรักษาความสะอาดและทรัพย์สมบัติของสถานศึกษา  ส่วนครูรักฉันและเอาใจใส่ดูแลเด็กทุกคน  เวลาทำกิจกรรมฉันและเพื่อนจะช่วยกันคิด  ช่วยกันทำ  รับฟังความคิดเห็น  และรับรู้ความรู้สึกซึ่งกันและกัน
-ท้องถิ่นของฉันมีสถานที่ บุคคล แหล่งวิทยากร แหล่งเรียนรู้ต่างๆที่สำคัญ คนในท้องถิ่นที่ฉันอาศัยอยู่มีอาชีพที่หลากหลาย เช่น ครู แพทย์ ทหาร ตำรวจ ชาวนา  ชาวสวน พ่อค้า แม่ค้า ฯลฯ ท้องถิ่นของฉันมีวันสำคัญของตนเอง ซึ่งจะมีการปฏิบัติกิจกรรมที่แตกต่างกันไป
-ฉันเป็นคนไทย มีวันสำคัญของชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์  มีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีหลายอย่าง  ฉันและเพื่อนนับถือศาสนา หรือมีความเชื่อที่เหมือนกันหรือแตกต่างกันได้  ศาสนาทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี ฉันภูมิใจที่ฉันเป็นคนไทย

3)ธรรมชาติรอบตัวเด็กควรจะได้รู้จักสิ่งมีชีวิตที่เป็นต้นไม้ดอกไม้สัตว์รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของโลกที่แวดล้อมเด็กตามธรรมชาติ 
        เช่น ฤดูกาล กลางวัน กลางคืน  ฯลฯ  แนวคิดที่ควรให้เกิดหลังจากเด็กเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัว  มีดังนี้
-ธรรมชาติรอบตัวฉันมีทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต สิ่งมีชีวิตต้องการอากาศ แสงแดด น้ำและอาหารเพื่อเจริญเติบโต สิ่งมีชีวิตสามารถปรับตัวให้เข้ากับลักษณะอากาศ ฤดูกาล และยังต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน สำหรับสิ่งไม่มีชีวิต เช่น น้ำ หิน ดิน ทราย ฯลฯ มีรูปร่าง สี ประโยชน์ และโทษต่างกัน
-ลักษณะอากาศรอบตัวแต่ละวันอาจเหมือนหรือแตกต่างกันได้ บางครั้งฉันทายลักษณะอากาศได้จากสิ่งต่างๆ รอบตัว  เช่น เมฆ ท้องฟ้า ลม ฯลฯ  ในเวลากลางวันเป็นช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนดวงอาทิตย์ตก คนส่วนใหญ่จะตื่นและทำงาน ส่วนฉันไปโรงเรียนหรือเล่น เวลากลางคืนเป็นช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ตกจนดวงอาทิตย์ขึ้น ฉันและคนส่วนใหญ่จะนอนพักผ่อนตอนกลางคืน
-สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติรอบตัวฉัน เช่น ต้นไม้ สัตว์ น้ำ ดิน หิน ทราย อากาศ ฯลฯ  เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตต้องได้รับการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้นรอบๆตัวฉัน เช่น บ้านอยู่อาศัย ถนนหนทาง สวนสาธารณะ สถานที่ต่าง ๆ ฯลฯ  เป็นสิ่งที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทุกคนรวมทั้งฉันช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและรักษาสาธารณสมบัติโดยไม่ทำลายและบำรุงรักษาให้ดีขึ้นได้

4)สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก 
        เด็กควรจะได้รู้จักสิ่งของเครื่องใช้ ยานพาหนะและการสื่อสารต่าง ๆ ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันของเด็ก  ทั้งนี้เมื่อเด็กมีโอกาสเรียนรู้แล้วเด็กควรเกิดแนวคิด ดังนี้

-สิ่งต่างๆรอบตัวฉันส่วนใหญ่มีสี ยกเว้นกระจกใส พลาสติกใส น้ำบริสุทธิ์  อากาศบริสุทธิ์  ฉันเห็นสีต่างๆด้วยตา  แสงสว่างช่วยให้ฉันมองเห็นสี  สีมีอยู่ทุกหนทุกแห่งที่ฉันสามารถเห็น ตามดอกไม้ เสื้อผ้า อาหาร รถยนต์ และอื่น ๆ สีที่ฉันเห็นมีชื่อเรียกต่างๆกัน เช่น แดง เหลือง น้ำเงิน ฯลฯ  สีแต่ละสีทำให้เกิดความรู้สึกต่างกัน สีบางสีสามารถใช้เป็นสัญญาณ หรือสัญลักษณ์สื่อสารกันได้
-สิ่งต่าง ๆ รอบตัวฉันมีชื่อ ลักษณะต่าง ๆ กัน สามารถแบ่งตามประเภท ชนิด ขนาด สี รูปร่าง พื้นผิว วัสดุ รูปเรขาคณิต ฯลฯ
-การนับสิ่งต่าง ๆ ทำให้ฉันรู้จำนวนสิ่งของ และจำนวนนับนั้นเพิ่มหรือลดได้  ฉันเปรียบเทียบสิ่งของต่าง ๆ ตามขนาด จำนวน น้ำหนัก และจัดเรียงลำดับสิ่งของต่าง ๆ ตามขนาด ตำแหน่ง ลักษณะที่ตั้งได้
-คนเราใช้ตัวเลขในชีวิตประจำวัน เช่น เงิน โทรศัพท์ บ้านเลขที่ ฯลฯ  ฉันรวบรวมข้อมูลง่าย ๆ นำมาถ่ายทอดให้ผู้อื่นเข้าใจได้โดยนำเสนอด้วยรูปภาพ แผนภูมิ  แผนผัง  แผนที่  ฯลฯ
-สิ่งที่ช่วยฉันในการชั่ง ตวง วัด มีหลายอย่าง เช่น เครื่องชั่ง ไม้บรรทัด สายวัด ถ้วยตวง ช้อนตวง เชือก วัสดุ สิ่งของอื่น ๆ บางอย่างฉันอาจใช้การคาดคะเนหรือกะประมาณ
-เครื่องมือเครื่องใช้มีหลายชนิดและหลายประเภท เช่น เครื่องใช้ในการทำสวน การก่อสร้าง เครื่องใช้ภายในบ้าน ฯลฯ คนเราใช้เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน  แต่ขณะเดียวกันต้องระมัดระวังในเวลาใช้เพราะอาจเกิดอันตรายและเกิดความเสียหายได้ถ้าใช้ผิดวิธีหรือใช้ผิดประเภท  เมื่อใช้แล้วควรทำความสะอาด และเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
-ฉันเดินทางจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่งได้ด้วยการเดินหรือใช้ยานพาหนะ พาหนะบางอย่างที่ฉันเห็นเคลื่อนที่ได้โดยการใช้เครื่องยนต์ ลม ไฟฟ้า หรือคนเป็นผู้ทำให้เคลื่อนที่ คนเราเดินทางหรือขนส่งได้ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ พาหนะที่ใช้เดินทาง เช่น รถยนต์ รถเมล์ รถไฟ เครื่องบิน เรือ ฯลฯ  ผู้ขับขี่จะต้องได้รับใบอนุญาตขับขี่และทำตามกฏจราจรเพื่อความปลอดภัยของทุกคน และฉันต้องเดินบนทางเท้า ข้ามถนนตรงทางม้าลาย สะพานลอย หรือตรงที่มีสัญญาณไฟ เพื่อความปลอดภัยและต้องระมัดระวังเวลาข้าม
-ฉันติดต่อสื่อสารกับบุคคลต่างๆได้หลายวิธี เช่น โดยการไปมาหาสู่  โทรศัพท์ โทรเลข จดหมาย จดหมายอิเลคทรอนิคส์ ฯลฯ  และฉันทราบข่าวความเคลื่อนไหวต่างๆ รอบตัวด้วยการสนทนา ฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ และอ่านหนังสือ หนังสือเป็นสื่อในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึกไปยังผู้อ่าน ถ้าฉันชอบอ่านหนังสือ ฉันก็จะมีความรู้ ความคิดมากขึ้น ฉันใช้ภาษาทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน เพื่อการสื่อความหมายในชีวิตประจำวัน

ที่มา : https://sites.google.com/site/suwimonchild/news-1/gg

ประสบการณ์สำคัญ
ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย
-การทรงตัวและการประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อมัดใหญ่
-การประสามสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อมัดเล็ก
-การรักษาสุขภาพ
-การรักษาความปลอดภัย

ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ
-ดนตรี
-สุนทรียภาพ
-การเล่น
-คุณธรรมจริยธรรม

ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม
-การเรียนรู้ทางสังคม
-การปฎิบัติกิจวัตรประจำวันของตนเอง
-การเล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่น
-การวางแผน ตัดสินใจเลือกและลงมือปฎิบัติ
-การมีโอกาสได้รับความรู้สึก ความสนใจ และความต้องการของตนเองและผู้อื่น
-การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเคารพควาคิดเห็นของผู้อื่น
-การแก้ปัญหาในการเล่น
-การปฎิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อาศัยอยู่และความเป็นไทย

ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา
-การคิด
-การใช้ภาษา
-การสังเกตุ การจำแนก และการเปรียบเทียบ
-จำนวน
-มิติสัมพันธ์ (พื้นที่/ระยะ)
-เวลา
กิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม :แนวทางในการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการในระดับปฐมวัยที่สอดคล้องกับหลักการทำงานของสมอง
               แนวทางการจัดประสบการณ์ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยกำหนดให้จัดประสบการณ์ในรูปแบบบูรณาการทั้งทักษะและสาระการเรียนรู้ คำว่า "บูรณาการ" จึงเป็นคำที่คุ้นเคยสำหรับครู แต่อาจเกิดความเข้าใจที่สับสนว่าการบูรณาการเป็นการนำองค์ความรู้ต่างๆ มากองรวมกัน โดยทึกทักเหมารวมเอาไว้ด้วยกันอย่างไม่สามารถแยกแยะอะไรได้ และอ้างว่าให้เด็กทำกิจกรรม ทั้งๆ ที่ครูก็ไม่ชัดเจนว่าผสมผสานอะไรไว้ด้วยกัน การบูรณาการถือว่าเป็นแนวทางหนึ่งของการสอน รวมทั้งเป็นปรัชญาในการสอนที่นำเนื้อหาความรู้จากหลายวิชามาสัมพันธ์ที่จุดเดียวกัน (Focus) หรือหัวเรื่อง (Theme) เดียวกัน (วลัย พานิช, 2546) ทั้งนี้ วรนาท รักสกุลไทย (2548) ได้สรุปความหมายของการจัดประสบการณ์แบบ บูรณาการไว้ว่าเป็นการจัดประสบการณ์ที่นำความรู้ ความคิดรวบยอด ทักษะ และประสบการณ์สำคัญทั้งมวลที่ผู้เรียนจะได้รับในสาระการเรียนรู้ต่างๆ มาเชื่อมโยงผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ ซึ่งเป็นการขจัดความซ้ำซ้อน ความไม่สัมพันธ์ และความไม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในระดับปฐมวัยศึกษา ซึ่งเน้นการพัฒนาโดยองค์รวม
               เมื่อพิจารณาความหมายของการบูรณาการ จะเห็นได้ว่าความรู้ ความคิดและประสบการณ์สำคัญต่างๆ นั้นต่างมีความสัมพันธ์กัน และหน่วยย่อยที่สัมพันธ์กันเหล่านี้เกิดการผสมผสานหลอมรวมจนเกิดเอกลักษณ์ใหม่ที่มีความเป็นหนึ่งเดียว 
                แนวทางหนึ่งในการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของการจัดประสบการณ์ในระดับปฐมวัย ซึ่งเป็นการจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง

   1. กิจกรรมเสรี เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กเล่นกับสื่อและเครื่องเล่นอย่างอิสระตามมุมเล่น หรือมุมประสบการณ์ หรือศูนย์การเรียนที่จัดไว้ โดยให้เด็กมีโอกาสเลือกเล่นได้อย่างเสรีตามความสนใจและความต้องการของเด็กทั้งเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ลักษณะของการเล่นของเด็กมีหลายลักษณะ เช่น การเล่นบทบาทสมมติและเล่นเลียนแบบ ในมุมบ้าน มุมหมอ มุมร้านค้า มุมวัด มุมเสริมสวย ฯลฯ การอ่านหรือดูภาพในมุมหนังสือ การเล่นสร้างในมุมบล็อก การสังเกตและทดลองในมุมวิทยาศาสตร์หรือมุมธรรมชาติ การเล่นฝึกทักษะต่างๆ ในมุมเครื่องเล่นสัมผัสหรือมุมของเล่นหรือมุมเกมการศึกษา  เป็นต้น
                  การจัดกิจกรรมเสรี หากครูจัดมุมเล่นโดยจัดวางวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมกับวัย ไม่ท้าทาย หรือไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรเลยย่อมทำให้เด็กเสียโอกาสในการเรียนรู้ เพราะสมองจะเรียนรู้ได้ดีเมื่อมีสิ่งจูงใจที่ชักนำให้สมองสนใจผลิตความรู้ สมองจะมีกระบวนการเลือกคัดกรองเฉพาะสิ่งที่น่าสนใจเท่านั้นเข้าสู่การรับรู้ของสมอง ทั้งนี้ การจัดมุมเล่นที่ดีที่สามารถส่งเสริมจึงควรจัดสื่อที่ตรงกับความสนใจของเด็ก เหมาะสมกับระดับพัฒนาการ จัดอุปกรณ์ให้เพียงพอกับเด็ก และจัดวางให้เด็กหยิบใช้และเก็บเองได้ จัดให้น่าสนใจ และดึงดูดให้เด็กเข้าไปเล่น โดยมีการเปลี่ยนแปลงสื่อที่จัดไว้อย่างสม่ำเสมอตามหัวข้อที่เด็กสนใจและกำลังเรียนรู้ตามหลักสูตรเพื่อกระตุ้นให้เด็กต้องการเรียนรู้ ทั้งนี้ครูอาจให้เด็กมีส่วนร่วมในการจัดมุมเล่นด้วยก็ได้ สิ่งสำคัญคือต้องจัดเวลาให้เด็กมีโอกาสได้เล่นหรือจัดกระทำกับสื่อต่างๆ อย่างเพียงพอ  
   
2. กิจกรรมสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กได้แสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และจินตนาการโดยใช้ศิลปะ เช่น การเขียนภาพ การปั้น การฉีกปะ ตัดปะ การพิมพ์ภาพ การร้อย การประดิษฐ์ หรือวิธีการอื่นๆ ที่เด็กได้คิดสร้างสรรค์ ได้รับรู้เกี่ยวกับความงาม และได้แสดงออกทางความรู้สึก และความสามารถของตนเอง การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ควรจัดให้เด็กทำทุกวัน โดยอาจจัดวันละ 3-5 กิจกรรม ให้เด็กเลือกทำอย่างน้อย 1-2 กิจกรรมตามความสนใจ
                  การจะพัฒนาด้านศิลปะและการสร้างสรรค์ให้เด็กต้องเข้าใจว่า ศิลปะคือกระบวนการที่สมองถอดความคิดออกมาเป็นภาพและชิ้นงานต่างๆกระบวนการพัฒนาศิลปะและการสร้างสรรค์ของเด็กจึงเน้นให้เด็กคิดและลงมือทำออกมาเมื่อเด็กทำงานศิลปะเด็กจะเกิดการเชื่อมโยงในสมอง คิดจินตนาการ และผลโดยตรงที่เด็กได้รับ คือ ความรู้สึกพอใจ มีความสุข และได้สัมผัสสุนทรียะของโลกตั้งแต่วัยเยาว์ การแสดงออกทางศิลปะจึงเปรียบเสมือนการสร้างจินตนาการเป็นรูปร่างภายนอกแล้วป้อนกลับเข้าสู่สมอง เป็นการทำให้สมองได้จัดการกับจินตนาการต่างๆ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ยิ่งทำ ยิ่งจัดระบบความคิดได้ดีขึ้น ในการใช้กิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาสมอง ครูจึงควรให้เด็กมีเวลาเต็มที่ในการทำงานศิลปะ ให้เด็กมีประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส มีโอกาสทดลองใช้วัสดุ และเครื่องมือที่หลากหลาย ได้พูดคุยเกี่ยวกับงานของตนเองหรือให้เด็กได้จัดแสดงและนำเสนอผลงาน ศิลปะของเด็กไม่ควรเน้นการลอกเลียนแบบ หรือการทำให้เหมือนของจริง เนื่องจากสายตาและจินตนาการของเด็กวัยนี้ยังไม่ได้มุ่งไปสู่ความถูกต้องของสัดส่วน แสง หรือเงา

              3. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกายอย่างอิสระตามจังหวะ โดยใช้เสียงเพลง คำคล้องจอง เครื่องเคาะจังหวะ หรืออุปกรณ์อื่นๆมาประกอบการเคลื่อนไหว เพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ เด็กวัยนี้ร่างกายกำลังอยู่ในระหว่างพัฒนา การใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกายยังไม่ผสมผสานหรือประสานสัมพันธ์กันอย่างสมบูรณ์ การทำกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะช่วยให้เด็กเรียนรู้จังหวะและควบคุมการเคลื่อนไหวของตนเองได้
                สมองส่วนที่รับผิดชอบหลักเกี่ยวกับการจัดสมดุลของร่างกาย คือ สมองเล็กหรือซีรีเบลลั่ม (Cerebellum) การกระตุ้นสมรรถนะของสมองส่วนนี้จะส่งผลต่อการพัฒนาความสามารถในด้านการรับข้อมูลจากสิ่งแวดล้อมไปด้วยพร้อมๆ กัน ช่วงปฐมวัยเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการพัฒนาทักษะเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ซึ่งจะช่วยพัฒนาระบบความสัมพันธ์ของประสาทสัมผัส เด็กต้องพัฒนาความสามารถในการใช้ตา มือ เท้า และประสาทรับความรู้สึกต่างๆ ให้สัมพันธ์กัน การเคลื่อนไหวร่างกายของเด็กเป็นการเตรียมสมรรถนะของร่างกายทุกส่วนเพื่อใช้ประโยชน์ในการมีชีวิตอยู่ และพร้อมกันนั้นการเคลื่อนไหวร่างกายก็พัฒนาความสามารถของสมองอันเป็นเครื่องมือของการเรียนรู้ไปด้วย
               4. กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เป็นกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้เด็กได้พัฒนาทักษะการเรียนรู้ ฝึกการทำงานและอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มทั้งกลุ่มย่อยและกลุ่มใหญ่ กิจกรรมที่จัดมุ่งฝึกให้เด็กได้มีโอกาสฟัง พูด สังเกต คิดแก้ปัญหา ใช้เหตุผล และฝึกปฏิบัติเพื่อให้เกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับเรื่องที่เรียน โดยจัดกิจกรรมด้วยวิธีต่างๆ เช่น สนทนา อภิปราย เล่านิทาน สาธิต ทดลอง ศึกษานอกสถานที่ เล่นบทบาทสมมติ ร้องเพลง เล่นเกม ท่องคำคล้องจอง ประกอบอาหาร เชิญวิทยากรมาพูดคุยกับเด็กฯลฯ
                 กระบวนการให้สมองเรียนรู้ที่จะให้ความหมายสิ่งที่เห็น สิ่งที่เผชิญ ตีความ และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งต่างๆ ที่รับรู้มา เป็นการพัฒนากระบวนการคิดของเด็ก ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลจากการรับรู้ของสมองจำนวนมาก ถ้าไม่มีข้อมูลในความทรงจำ ก็ไม่สามารถคิดอะไรออกมาได้ ดังนั้น กระบวนการพัฒนาการคิดของของเด็กจึงต้องมุ่งเน้นให้เด็กได้มีประสบการณ์ที่ต้องใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า สิ่งที่ก่อรูปในการคิดของเด็กเริ่มต้นที่การจับต้อง สัมผัส และมีประสบการณ์โดยตรง สมองรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า แล้วก่อรูปเป็นวงจรแห่งการคิดขึ้นมาในสมอง ประสบการณ์ของเด็กผ่านการสัมผัส การชิม การดมกลิ่น การได้ยิน และการเห็น จึงเป็นพื้นฐานของการสร้างความหมายให้แก่สิ่งต่างๆ ครูจึงควรออกแบบกิจกรรมเสริมประสบการณ์ให้เด็กเรียนรู้แบบลงมือกระทำซึ่งจะทำให้เด็กมีโอกาสใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า รวมทั้งจัดให้เด็กมีประสบการณ์ในสถานการณ์จำลองทุกอย่างที่เป็นไปได้ เพื่อกระตุ้นให้เด็กคิดสิ่งที่ซับซ้อนขึ้นตามลำดับ เด็กจะได้เคยชินกับการใช้ความคิดและคิดเป็นในที่สุด

                5. กิจกรรมกลางแจ้ง เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้มีโอกาสออกไปนอกห้องเรียนเพื่อออกกำลัง เคลื่อนไหวร่างกายและแสดงออกอย่างอิสระ โดยยึดความสนใจและความสามารถของเด็กแต่ละคนเป็นหลัก กิจกรรมกลางแจ้งที่ควรจัดให้เด็กได้เล่น เช่น การเล่นเครื่องเล่นสนามที่เด็กได้ปีนป่าย โยกหรือไกว หมุน โหน เดินทรงตัว หรือ เล่นเครื่องเล่นล้อเลื่อน การเล่นทราย การเล่นน้ำ การเล่นสมมติในบ้านจำลอง การเล่นในมุมช่างไม้ การเล่นกับอุปกรณ์กีฬา การเล่นเกมการละเล่นฯลฯ
                การพัฒนาด้านการเคลื่อนไหวของร่างกาย เป็นการพัฒนาโครงสร้างทั้งระบบของร่างกายที่ใช้ในการควบคุมสั่งการตัวเอง และการรับข้อมูลจากสิ่งแวดล้อม กระบวนการพัฒนาร่างกายและการเคลื่อนไหวของเด็กจำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นอย่างเต็มที่ เพื่อให้ร่างกายทุกส่วนทั้งกล้ามเนื้อมัดใหญ่และกล้ามเนื้อมัดเล็กให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ กระบวนการเหล่านี้ต้องเน้นให้เด็กได้ใช้งานร่างกายให้ครบถ้วน และพัฒนาจนมีสมรรถนะดีเต็มตามศักยภาพของเด็ก นอกจากนี้การที่เด็กได้เล่น ไม่ว่าจะเป็นการหมุนตัว กระโดด คลาน กลิ้ง วิ่ง ไต่ ฯลฯ จะช่วยพัฒนาความสามารถในการรับรู้ระยะ มิติ มีการพัฒนาสมองให้สมดุลเป็นปกติ สิ่งที่เด็กเล่น เช่น การควบคุมท่าทางการเดิน การวิ่งแข่ง การเล่นกระบะทราย การเดินบนกระดานแผ่นเดียว ล้วนเป็นการทำซ้ำๆดัดแปลงท่าทางที่ไม่สมบูรณ์เพื่อสร้างสมองให้พร้อมสำหรับการใช้งานในวัยถัดไป

                6. กิจกรรมเกมการศึกษา เป็นเกมการเล่นที่ช่วยพัฒนาสติปัญญา มีกฎเกณฑ์กติกาง่ายๆ เด็กสามารถเล่นคนเดียว หรือเล่นเป็นกลุ่มก็ได้ ช่วยให้เด็กรู้จักสังเกต คิดหาเหตุผล และเกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสี รูปร่าง จำนวน ประเภท และความสัมพันธ์เกี่ยวกับพื้นที่/ระยะ เกมการศึกษาที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย เช่น เกมจับคู่ เกมแยกประเภท จัดหมวดหมู่ เรียงลำดับ โดมิโน ลอตโต ภาพตัดต่อฯลฯ
                การให้เด็กเล่นเกมการศึกษาเป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาสมองด้านการคิด เมื่อเซลส์สมองถูกกระตุ้นด้วยสัญญาณต่างๆ เกิดเป็นข้อมูลจำนวนมาก การคิดจะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลเหล่านั้นซึ่งจะกลายเป็นข้อมูลใหม่อีกชิ้นหนึ่งซึ่งซับซ้อนขึ้น การที่เด็กเล่นเกมการศึกษาจึงเป็นการกระตุ้นให้สมองได้จัดความสัมพันธ์ของข้อมูลที่มีอยู่เดิม ทำให้เกิดความสัมพันธ์ของข้อมูลแบบใหม่ เมื่อเกิดซ้ำๆ กัน ก็จะเกิดความคงตัวในวงจรร่างแหของเซลส์สมองนั่นเอง
               จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่าการจัดกิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม เป็นกิจกรรมที่ครอบคลุม การพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ พัฒนากล้ามเนื้อเล็ก พัฒนาอารมณ์ จิตใจ และปลูกฝังคุณธรรม พัฒนาสังคมนิสัย พัฒนาการคิด พัฒนาภาษา และส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก    เป็นการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการที่สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย และหลักการทำงานของสมองอย่างชัดเจน แม้ว่าจะเป็นแนวทางการจัดประสบการณ์ที่มีมานานมากแล้วก็ตาม หากครูจัดได้ถูกต้อง และครบถ้วนอย่างสม่ำเสมอย่อมนำไปสู่การทำให้เด็กกระตือรือร้นใฝ่รู้ใฝ่เรียน และเกิดแรงจูงใจในการเรียน เด็กได้รับการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ครบทุกด้าน ช่วยเกิดการพัฒนาแบบองค์รวม ทั้งสาระการเรียนรู้ ทักษะ และประสบการณ์สำคัญ ช่วยเพิ่มพูนความสามารถในการจำ การคิด และการแก้ปัญหา และช่วยให้เด็กมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ รวมทั้งคุณธรรมและจริยธรรมควบคู่กันไป เด็กจะสามารถสร้างความรู้ด้วยตนเองโดยความรู้นั้นเป็นความรู้ที่คงทนไม่ลบเลือนไปโดยง่าย

Skills
-ทักษะการฟัง
-ทักษะการคิดอย่างมีเหตุผล
-ทักษะการนำเสนอ
-ทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ
-ทักษะการคิดอย่างมีแบบแผน

Adopt
-สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการศึกษาต่อไปได้ 

Self assessment
-เข้าเรียนตรงเวลา 
-แต่งกายถูกระเบียบ 
-มีส่วนร่วมในการเรียนการสอน

Evaluate friends
-เข้าเรียนตรงเวลา
-ตั้งใจเรียน

Teacher Evaluation
-เข้าสอนตรงเวลา แต่งกานสุภาพเหมาะสม
-มีการวางแผนการสอน

Classify
-ห้องเรียนสะอาดกว้าง  
-บรรยากาศเหมาะสมกับการเรียน
           

Record 7 Monday 26 February 2018

Record 7

Monday 26  February 2018
เวลา 08:30-11:30 น.


ไม่มีการเรียนการสอน เนื่องจาก เป็นสัปดาห์สอบกลางภาค


Record 6 Tuesday 20 February 2018

Record 6

Tuesday 20  February 2018
เวลา 08:30-11:30 น.


Knowledge

     ในวันนี้ อาจารย์ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่ม ศึกษาและระดมความคิดกันภายในกลุ่มว่าในแต่ละวันจะสอนอะไรบ้าง มีวิธีการสอนอย่างไร รายละเอียดดังต่อไปนี้

การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
1. ที่มาของหน่วย 
         มาจากหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย คือ สาระที่เด็กควรเรียนรู้ ได้แก่
             1.เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก
             2.เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก
             3.ธรรมชาติรอบตัว
             4. สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก
2. ทำ Mind Mapping
          แสดงในสิ่งที่เด็กควรเรียนรู้ในหน่วยนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก
แผ่นที่ 1 ให้ยึดหลักตามกรอบมาตรฐานการเรียนรู้ในรายวิชาต่างๆ ที่กำหนดให้



คณิตศาสตร์

วิทยาศาสตร์




ที่มา : https://wbscport.dusit.ac.th/view/view.php?id=121113

ภาษา 
-ได้แก่ การฟัง การพูด การอ่าน การเขียน

ศิลปะ
-ได้แก่ กิจกรรมหลัก >> วาดภาพด้วยสีเทียน,งานปั้น
กิจกรรมพิเศษ >> ฉีกปะ,พิมพ์ภาพ,ประดิษฐ์,ร้อยสาน 

สุขศึกษา
-ได้แก่ การดูแลรักษาตนเอง ฯ

พละศึกษา
-ได้แก่ การเคลื่อนไหว ฯ

คุณธรรม จริยธรรม
-ได้แก่ คุณธรรม 12 ประกา


แผ่นที่ 2 เขียน Mind map เกี่ยวกับการสอนกิจกรรมหลัก 6 กิจกรรมของเด็กปฐมวัย ในแต่ละวัน ดังนี้
กิจกรรมหลัก 6 กิจกรรมของเด็กปฐมวัยมีดังนี้
1. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ 
2. กิจกรรมสร้างสรรค์ 
3. กิจกรรมเสรี 
4. กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 
5. กิจกรรมกลางแจ้ง 
6. กิจกรรมเกมการศึกษา 
อ้างอิงมาจาก: แผนการจัดประสบการณ์ ชั้นอนุบาลปีที่ 1 
สำนักงานคณะกรรมการการปถมศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ

ภาพการทำงาน กลุ่มต่างๆ



Skills
-ทักษะการฟัง
-ทักษะการสรุปความรู้จากข้อมูล
-ทักษะการต่อยอดความรู้
-ทักษะการคิดอย่างมีแบบแผน

Self assessment
-เข้าเรียนตรงเวลา 
-แต่งกายถูกระเบียบ 
-มีส่วนร่วมในการเรียนการสอน

Evaluate friends
-เข้าเรียนตรงเวลา
 -ตั้งใจเรียน

Teacher Evaluation
เข้าสอนตรงเวลา แต่งกานสุภาพเหมาะสม
มีการวางแผนการสอน

Classify
ห้องเรียนสะอาดกว้าง  
บรรยากาศเหมาะสมกับการเรียน